Bitcoin คือะไร?

Bitcoin คือะไร?

  • ปัญหาการเงิน
  • เทคโนโลยีที่พัฒนา
  • กำเนิด Bitcoin

อย่าเดินเรือไปไกลนะ เดี๋ยวจะตกโลก

ความเชื่อว่าโลกแบน เพราะยังไม่ GPS ดาวเทียม จรวด หรืออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ มาพิสูจน์ว่าจริงๆ แล้วโลกไม่ได้แบน แต่กลมแล้วยังไม่ใช่ศูนย์กลางของระบบสุริยะอีกด้วย

ความเชื่อนี่ได้หมดไปเพราะเจอความจริงที่ยิ่ง นั่นเอง

แล้ว Bitcoin คืออะไร ต้องย้อนไปจุดกำเนิดของการเงินโลกสมัยก่อน สมัยตั้งแต่คนยังไม่มีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ยังเอาข้าวแลกหมู เอาหมูแลกไก่ เอาไก่แลกปลา เอาปลาแลกข้าว เรื่องเรียกว่า Barter Trade

จนมีวิวัฒนาการมาเกิดสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนต่างๆ ให้เกิดสภาพคล่องในสังคมทั้งเกลือ หอย เงิน ทอง เป็นสิ่งที่มีตามธรรมชาติและมีคุณสมบัติที่เหมาะสมเรื่อยๆ ในการเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

หอย หรือเบี้ยก็จะหายง่ายกว่าเงินกว่าทอง แต่พอเราเริ่มได้สิ่งที่หาที่ได้ยากและปลอมแปลงได้ยากแล้ว เราก็เพิ่มไปอีกโดยการตราเงินหรือทองนั่นๆ เป็นรอยสลักตรากษัติย์หรือผู้ปกครองแผ่นดินนั้นๆ ด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและปลอมแปลงได้อยาก

ต่อมาโลกเริ่มเดินทางหากันง่ายขึ้นเรื่องๆ ทำให้เกิดการติดต่อสื่อสารและมีกิจกรรมกันข้ามพื้นที่ จึงทำให้เกิดปัญหาในการเคลื่อนย้ายทองคำจริงๆ จึงเกิดเงินตราหรือ ธนบัตรขึ้นมา

โดยแต่ละประเทศหรือเขตปกครองจะทำการสำรองทองคำไว้ว่า ถ้ามีทองคำอยู่เท่าไหร่ สามารถพิมพ์เงินขึ้นมาได้เท่านั้นเพื่อให้เงินตรามีค่าเพราะมีปริมาณเท่ากันมูลค่าของทองคำที่แต่ละที่เก็บไว้นั่นเอง

ต่อมาการเงินเริ่มเสื่อมขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เราทราบกันว่าในสงครามโลกเวียดนาม ประเทศสหรัฐอเมริกาาแพ้สงคราม ก็จะต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามครั้งนั้น ทำให้ประธานาธิปดีของประเทศสหรัฐอเมริกาตัดสินใจที่จะยกเลิกการพิมพ์เงินจากทองคำมีกำหนด

เพราะเนื่องจากคิดว่าไม่มีเงินพอที่จะสามารถชำระค่าชดใช้ค่าแพ้สงครามได้ จึงประกาศยกเลิกมาตราฐานการค้ำเงินดอลลาร์จากทองคำ

จึงสามารถที่จะพิมพ์เงินขึ้นมาได้เรื่อยๆ แล้วเอาเงินนี่ไปชดใช้หนี้ต่างๆ นานา นอกจากนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจเรื่อยๆ มา ทำให้มันเหมือนระเบิดเวลา หรือมะเร็งที่ล่ามไปเรื่อยๆ ในระบบการเงินของโลกใบนี้

ด้วยเทคโนโลยีที่มีพัฒนาในสมัยสงครามเช่นกัน ทั้งการถอดรหัสลับที่นายทหารของแต่ละประเทศต้องมีสายลับแล้วส่งข้อมูลกับทางประเทศของต้น เกิดเครื่องถอดรหัส เอนิกมา ที่ใช้ทั้งในการทหายและพาณิชย์ มากมาย

และมีการพัฒนามาเรื่องๆ ทั้งคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีมากมายที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ รวมถึงเกิดการเชื่อมโยงต่างๆ ที่มีการพัฒนาจากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันแค่กันๆ คนปัจจุบันสามารถเชื่อมกันได้ทั้งโลกและอาจจะนอกโลกด้วย

เกิดการพัฒนาการเชื่อมโยงแบบไม่มีศูนย์กลางหรือ Decentralization โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งบล็อกเชนเป็นการเก็บข้อมูลใส่กล่องไปเรื่อย โดยแต่ละกล่องมีข้อมูลที่เชื่อมต่อกันเป็นห่วงโซ่ไปเรื่อยๆ ทำให้เหมือนกล่องโซ่ในการเก็บข้อมูล

เมื่อการเงินที่ย่ำแย่รอการระเบิดว่าจะพังตอนไหนของระบบเดิม กับการพัฒนาที่มีอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยี จึงทำให้มีคนคนนึง หรือคนกลุ่มหนึ่งต้องการที่จะแก้ปัญหาการเงินนี้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยใช้ชื่อว่า ซาโตชิ นากาโมโต

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2008 เกิด Domain ที่ชื่อ Bitcoin.org ขึ้นและหลังจากนั้นวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ก็มีลิ้งที่เป็นการเปิดตัวเอกสารข้อมูลของ Bitcoin ทั้งหมดว่าเกิดขึ้นได้ยังไง และมีการทำงานอย่างไร

โดยระบุว่าเป็นเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่มีศูนย์กลาง ที่เราจะสามารถส่งเงินจากบุคคลหนึ่งไปอีกบุคคลหนึ่งโดยไม่ผ่านตัวกลางอย่างสถาบันการเงิน

โดยใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสและบล็อกเชนมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การจ่ายซ้ำ อีกทั้งยังกำหนดปริมาณของ Bitcoin ทั้งหมดบนโลกไว้ว่ามีอยู่อย่างจำกัด แต่จะค่อยๆ ปล่อยมาในระบบเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ศูยน์

ก็เหมือนที่เราคิดว่าทองมีจำกัดแต่ขุดหากันเรื่อยๆ แรกๆ อาจง่ายหน่อยในการหาทองคำ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ทองบนโลกก็ยิ่งเหลือน้อยลง ก็จะยิ่งหายากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าเพิ่มขึ้น ถ้านอกโลกยังไม่มีทองคำ

แต่ Bitcoin เราสามารถเห็นได้เลยว่าในระบบมีจำกัดจริงๆ และมีระบบที่ค่อยช่วยทั้งการใช้จ่าย คนที่ค้ำจุนระบบ หรือคนขุดเพื่อยืนยันการโอนต่างๆ

ก่อนหน้านั้น ดอลลาร์ เขียนบนธนบัตรว่า In God We Trust

ตอนนี้กลับเขียนว่า In God We Trust

แต่สำหรับ Bitcoin ในยุคนี้แล้ว ต้องให้คำว่า In Code We Trust

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Bitcoin Whitepaper ของจริงในตำนานได้เลย

Making Bitcoin Cash accessible to everyone